ลิงค์หน่วยงาน

มมร ส่วนกลาง

มมร ส่วนกลาง

คณะ

วิทยาเขต

หน่วยงานภายใน มมร

สถิติ

ผู้ชม
56
เนื้อหา
120
เว็บลิงก์
9
เนื้อหาที่เปิดอ่าน
104585

Facebook


ประมวลภาพ ขบวนแห่่หมฺรับ วิทยาเขตศรีธรรมาโศกราช ประจำปี 2561
วันจันทร์ที่ 8 ตุลาคม 2561
29 เดอนสบ 61
มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตศรีธรรมาโศกราช จัดกิจกรรม โครงการ ประเพณีการให้ทานไฟ ประจำปี ๒๕๖๑ 
๒๐ มกราคม ๒๕๖๑ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตศรีธรรมาโศกราช ร่วมกับวัดสวนป่าน จัดกิิจกรรม ประเพณีการให้ทานไฟ ประจำปี ๒๕๖๑ ขึ้น เพื่อเป็นการสืบสานประเพณีซึ่งมีเฉพาะที่นครศรีธรรมราชเพียงที่เดียวในปรเทศไทย โดยการนำของพระศรีธรรมประสาธน์ รองอธิการบดีวิทยาเขตศรีธรรมาโศกราช รศ.ดร.กันตภน หนูทองแก้ว ผู้ช่วยอธิการบดี ฯ คณาจารย์ เจ้าหน้าที่และนักศึกษาวิทยาเขตศรีธรรมาโศกราช 
การให้ทานไฟ เป็นประเพณีต้นแบบเฉพาะของพุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดนคร ศรีธรรมราช ที่ได้ปฏิบัติสืบต่อกันมาเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน แต่ประเพณีการให้ทานไฟนี้ อาจจะไม่คุ้นหูหรือเป็นที่รู้จักของผู้ที่ไม่สันทัดกับประเพณีทางถิ่นใต้ อาจจะคิดว่าเป็นการให้ "ไฟ" เป็น ทาน หรือ ถวายไฟร้อน ๆ แก่พระภิกษุสงฆ์ เคยมีผู้เข้าใจว่า "ถวายถ่านไฟ" เพราะภาษาถิ่นใต้ ออกสำเนียง "ทาน" เป็น "ถ่าน" จึงเข้าใจไปอย่างนั้น การให้ทานไฟนี้ เป็นการถวายอาหารร้อน ๆ แก่พระภิกษุสามเณรในฤดูหนาวหรือในช่วงอากาศเย็นของชาวนครศรีธรรมราช ประเพณีนี้เป็นภูมิปัญญาของชาวบ้านที่มีความเชื่อในพระพุทธศาสนา ต้องการทำบุญกับพระภิกษุสามเณร โดยการถวายอาหารบิณฑบาตภายในวัด เพราะเมื่ออากาศหนาวเย็น พระภิกษุสามเณรไม่สะดวกที่จะออกไปบิณฑบาตนอกวัด จึงกลายเป็นประเพณีใหัทานไฟในปัจจุบัน
ประวัติความเป็นมา
     เรื่องโกสิยเศรษฐีผู้มีความตระหนี่ มีเรื่องเล่าว่า ในเมืองราชคฤห์ มีเศรษฐีคนหนึ่งชื่อ "โกสิยะ" มีทรัพย์สิน ๘๐ โกฏิ แต่เป็นคนตระหนี่ ไม่ให้ทาน ไม่บริจาค ไม่อำนวยประโยชน์แก่ผู้ใดเลย แม้แต่ภรรยาและบุตรของตน ต่อมา เศรษฐีต้องการกินขนมเบื้อง (ขนมกุมมาส) จึงให้ภรรยาไปแอบทำขนมบนปราสาท เพราะเกรงว่าผู้อื่นจะรู้เห็นแล้วจะมาขอแบ่งขนมกินด้วย ความนี้ ได้ทราบถึงพระพุทธเจ้า เพื่อจะโปรดเศรษฐีให้มีใจน้อมไปในการบริจาคทานจึงได้มอบหมายพระโมคคัลลานเถระ อัครสาวกเบื้องซ้ายไปโปรดโกสิยเศรษฐีผู้มีความตระหนี่คนนี้ เมื่อพระเถระรับพุทธบัญชาแล้วก็ไปแสดงอิทธิฤทธิ์ทรมานเศรษฐีด้วยวิธีการต่าง ๆ จนเศรษฐีคลายความพยศ ได้ถวายขนมเบื้องแก่พระเถระ เพราะกลัวไฟจะไหม้ปราสาทของตนด้วยอิทธิฤทธิ์ของพระเถระ
เมื่อเศรษฐีถวายขนมเบื้องแล้ว พระเถระได้แสดงพระธรรมโดยพรรณนาคุณพระรัตนตรัย และแสดงอานิสงส์การให้ทาน จนเศรษฐีมีจิตเลื่อมใส ได้นำขนมเบื้องและวัตถุทานอื่น ๆ มาถวายแก่พระพุทธเจ้า พร้อมด้วยพระภิกษุ ๕๐๐ รูป ณ วัดเชตวันมหาวิหาร ด้วยพุทธานุภาพขนมเบื้องที่เศรษฐีนำมาถวายพระ มีเหลือมากมาย แม้จะแจกจ่ายแก่ชาวบ้าน คนยากจนขอทาน ขนมก็ยังล้นเหลือ จนถึงกับนำไปเททิ้ง ที่ใกล้ซุ้มประตูวัดเชตวัน ปัจจุบันสถานที่เทขนมเบื้องทั้งนั้น เรียกว่า เงื้อมขนมเบื้อง กาลต่อมา โกสิยเศรษฐี กลายเป็นเศรษฐีใจบุญชอบให้ทาน และ
ได้บริจาคทรัพย์จำนวนมากเพื่อทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ด้วยมูลเหตุดังกล่าวจึงเป็นที่มาของ ประเพณีการให้ทานไฟในปัจจุบัน

คลิ๊กที่ภาพด้านล่างเพื่อดูประมวลภาพกิจกรรม


27048084 1778735278825536 414623505 o
ประมวลภาพกิจกรรม ไหว้ครู ประจำการศึกษา 256127 ไหวคร61
มหาวิทยาลัยมหามหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตศรีธรรมาโศกราช จัดโครงการปฏิบัติธรรมและอบรมกรรมการฐานประจำปี ๒๕๕๙ ระหว่างวันที่ ๑๐ - ๑๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๙



          พุทธศักราช ๒๔๓๖ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ตั้งวิทยาลัยขึ้นในวัดบวรนิเวศวิหารในปีพ.ศ. ๒๔๓๖ พระราชทานนามว่ามหามกุฏราชวิทยาลัยให้เป็นที่เฉลิมพระบรมราชาภิไธย ถวายเป็นพระบรมราชานุสรณ์เฉลิมพระเกียรติแด่ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ผู้ทรงเป็นปราชญ์ทางพระพุทธศาสนา ทรงอุทิศพระราชทรัพย์บำรุงประจำปีและเสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดมหามกุฏราชวิทยาลัยเมื่อวันที่๑ตุลาคมพุทธศักราช๒๔๓๖ และทรงรับไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์

                  มหามกุฏราชวิยาลัยเปิดดำเนินกิจการตามพระราชประสงค์เมื่อวันที่ ๑ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๓๖ภายใต้วัตถุประสงค์หลักของการดำเนินกิจการที่ สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรสองค์สภานายกมหามกุฏราชวิทยาลัยในขณะนั้นได้กำหนดและวางรูปแบบการดำเนินกิจการของมหามกุฏราชวิทยาลัย สนองพระเดชพระคุณในสมเด็จบรมบพิตรพระราชสมภารเจ้า โดยมีเป้าหมายพัฒนาให้เป็น มหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนา ไว้ดังนี้

                  ๑. เพื่อเป็นสถานที่ศึกษาพระปริยัติธรรมของพระสงฆ์ธรรมยุติกนิกาย

                  ๒. เพื่อเป็นสถานที่ศึกษาวิทยาซึ่งเป็นของชาติภูมิและต่างประเทศแห่งกุลบุตร

                  ๓. เพื่อเป็นสถานที่จัดการสั่งสอนพระพุทธศาสนา

                  พุทธศักราช๒๔๘๘สมเด็จพระสังฆราชเจ้ากรมหลวงวชิรญาณวงศ์ (ม.ร.ว.ชื่น  นภวงศ์) นายกกรรมการมหามกุฏราชวิทยาลัยสมัยต่อมา ทรงประกาศจัดตั้ง สถาบันการศึกษาชั้นสูงทางพระพุทธศาสนา ขึ้นในรูปมหาวิทยาลัยประทานชื่อว่า สภาการศึกษามหามกุฏราชวิทยาลัย  มหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย เปิดทำการเรียนการสอนในรูปแบบมหาวิทยาลัยระดับปริญญาตรีตั้งแต่วันที่๑๖กันยายนพุทธศักราช๒๔๘๙เป็นต้นมา

                  พุทธศักราช๒๕๔๐พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ตราพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยพุทธศักราช๒๕๔๐ประกาศบังคับใช้ตั้งแต่วันที่๑ตุลาคม๒๕๔๐เป็นต้นมาและด้วยพระราชบัญญัติดังกล่าวทำให้มีการปรับเปลี่ยนสถานภาพมหาวิทยาลัยเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐที่เป็นนิติบุคคล (มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ) มีภารกจิหลักตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๔๐คือเป็นสถานศึกษาและวิจัยมีวัตถุประสงค์ให้การศึกษาวิจัยส่งเสริมและให้บริการทางวิชาการพระพุทธศาสนาแก่พระภิกษุสามเณรและคฤหัสถ์รวมทั้งการทะนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม




พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่๔



พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่๕

 



สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรส



สมเด็จพระสังฆราชเจ้ากรมหลวงวชิรญาณวงศ์
 







หมวดหมู่รอง

mobile version